เชียงใหม่-ดอยสะเก็ด ทางหลวงหมายเลข 1019
เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านวังธาร ต. ลวงเหนือ อ. ดอยสะเก็ด เป็นโครงการเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สามารถส่งน้ำทางการเกษตรในท้องที่ อ. ดอยสะเก็ด อ. สันกำแพง และบางส่วนของ จ. ลำพูน เขื่อนแม่กวงเป็นเขื่อนที่มีทิวทัศน์ และลักษณะสวยงามตามธรรมชาติอีกแห่งหนึ่ง
หนองบัวพระเจ้าหลวง ตั้งอยู่ที่ ต. เชิงดอย อ. ดอยสะเก็ด เป็นหนองน้ำธรรมชาติ มีเนื้อที่ 102 ไร่ แต่เดิมเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังกหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางมาก และมีนกเป็ดน้ำอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง โดยมีการขุดลอกสระพร้อมปลูกบัวถึง 54 ชนิดขึ้นใหม่
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์การพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2525 เพื่อศึกษาด้านการพัฒนาป่าไม้และด้านการเกษตรที่เหมาะกับบริเวณต้นน้ำลำธารของภาคเหนือ ในศูนย์แห่งนี้ประกอบด้วย งานศึกษาและพัฒนาแหล่งน้ำ ปศุสัตว์และโคนม ประมง งานปลูกหญ้าแฝก และการดำเนินงานหมู่บ้านรอบบริเวณศูนย์ห้วยฮ่องไคร้ นับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาเกี่ยวกับนิเวศวิทยาได้เป็นอย่างดี ผู้ที่สนใจเข้าชมได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30 น. 16.30 น. หากต้องการวิทยากรนำชมติดต่อล่วงหน้าที่โทร 0 5324 8004 และ 0 5324 8483 ที่นี่มีบ้านพักรับรอง หรือกางเต็นท์พักแรมได้แต่ต้องนำอุปกรณ์มาเองโดยติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า
เชียงใหม่-สันกำแพง ทางหลวงหมายเลข 1006 เชียงใหม่-สันกำแพง
วัดบวกครกหลวง ตั้งอยู่ที่บ้านบวกครก ต.ท่าศาลา อ.เมือง เลยจากทางแยกเข้าสันกำแพง มาประมาณ 1 กิโลเมตร แต่เดิมชื่อว่าวัดม่วงคำ ไม่ทราบประวัติการก่อสร้างที่แน่นอน สันนิษฐานว่าตัววิหารน่าจะสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 แล้วมีการซ่อมแซมบูรณะเรื่อยมา ในปีพ.ศ. 2468 สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นปีที่มีการบูรณะวิหารครั้งใหญ่ จิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารเป็นพุทธประวัติ และสะท้อนประเพณีของชาวไทยใหญ่
บ้านจ๊างนัก สถานที่นำเสนอผลงานอันหลากหลายของศิลปินและกลุ่มช่างฝีมือพื้นบ้านแห่งล้านนาไทย โดยได้ถ่ายทอด สร้างสรรค์จากจินตนาการลงไปในการแกะสลักไม้รูปช้างในหลากหลายท่วงท่าและอิริยาบถได้อย่างงดงามเหมือนจริง บ้านจ๊างนัก ตั้งอยู่ที่ 56/1 หมู่ 2 ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง โทร.0 5344 6891 นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวชมบ้านจ๊างนักได้โดยใช้เส้นทางเชียงใหม่-สันกำแพง ข้ามสะพานแม่น้ำออกแล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดแช่ช้าง วัดดอนปิน และวัดบวกค้าง บ้านจ๊างนักติดอยู่กับวัดบวกค้าง
วัดป่าตึง ตั้งอยู่ในเขต ต. ออนใต้ อ. สันกำแพง เดิมเป็นวัดร้างคู่กับวัดเชียงแสน ก่อนที่จะสร้างวัดนี้ขึ้นมาได้พบพระบรมสารีริกธาตุ และของมีค่ามากมายหลายอย่าง อาทิ วัตถุโบราณ พระพุทธรูป เครื่องถ้วยชามสังคโลก และเตาเผาเครื่องสังคโลกอยู่ด้วย ปัจจุบันได้ถูกเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์เครื่องถ้วยชาม นอกจากนี้ ในศาลาการเปรียญเป็นที่ตั้งศพของเกจิอาจารย์ชื่อดัง หลวงปู่หล้า ซึ่งไม่เน่าเปื่อยให้ผู้ที่มีศรัทธาได้บูชา
น้ำพุร้อนสันกำแพง ได้รับการปรับปรุง และดำเนินการโดยความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง จำกัด เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ ล้อมรอบไปด้วยภูเขา มีดอกไม้นานาพันธุ์และน้ำพุร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส ตั้งอยู่ในเขต ต. บ้านสหกรณ์ กิ่งอ. แม่ออน อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 36 กิโลเมตร สามารถไปได้ 2 ทางด้วยกัน คือ เส้นทางเชียงใหม่ สันกำแพง สถานีเพาะพันธุ์กล้าไม้สัก น้ำพุร้อน (เส้นทางนี้จะผ่านถ้ำเมืองคอน ซึ่งอยู่ห่างจากน้ำพุร้อน 4 กิโลเมตร) หรือเส้นทางเชียงใหม่ สันกำแพง หมู่บ้านออนหลวย - น้ำพุร้อน หากเดินทางโดยรถประจำทางขึ้นรถสายดอยสะเก็ด น้ำพุร้อนสันกำแพง จากตลาดวโรรสด้านทิศเหนือติดแม่น้ำปิงไปยังสันกำแพง และเช่าเหมารถสองแถวจากสันกำแพงไปน้ำพุร้อนในราคาประมาณ 200 บาทต่อคัน สำรองที่พักล่วงหน้าที่ ธุรกิจน้ำพุร้อนสันกำแพงหมู่บ้านสหกรณ์ โทร. 0 5392 9077 และรุ่งอรุณรีสอร์ท โทร. 0 5393 9128
หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บ้านแม่กำปอง สัมผัสชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในรูปแบบโฮมสเตย์ จากตัวเมืองเชียงใหม่สู่หมู่บ้านแม่กำปอง ผ่าน อ. สันกำแพง ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ติดต่อสำรองที่พัก
โทร. 0 5322 9526
บ้านเมืองงาย - อ.เวียงแหง ทางหลวงหมายเลข 1322
พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ อยู่ที่บ้านเมืองงาย ประชาชนได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ว่าพระนเรศวรมหาราชเคยเสด็จมาประทับแรมที่เมืองงายแห่งนี้ ก่อนที่จะกรีฑาทัพต่อไปยังเมืองอังวะของพม่า เป็นเจดีย์ฐาน 8 เหลี่ยม ที่ฐานด้านหนึ่งประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ละด้านของฐานเป็นแผ่นศิลา สลักเรื่องพระราชกรณียกิจของพระองค์ สลับกับแผ่นหินอ่อนที่เล่าพระราชประวัติ และประวัติการสร้างพระสถูป ด้านหลังเป็นค่ายหลวงจำลอง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และสมเด็จพระสุพรรณกัลยา
อ.เวียงแหง เป็นเมืองที่อยู่ติดชายแดนไทยพม่า มีคนหลายเชื้อชาติอยู่ด้วยกันอย่างสันติ ทั้งชาวไทยภูเขา ไทยใหญ่ จีนฮ่อ แต่ละกลุ่มต่าง ๆ ก็ยังดำรงชีวิตตามขนบธรรมเนียมเดิมของตนเอง ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เพราะความเจริญยังแพร่มาไม่มากนัก เนื่องจากการสัญจรไปมาจะต้องผ่านเส้นทางคดเคี้ยวสูงชัดเลาะขุนเขา หลายลูกกว่าจะเข้าถึงได้ ทางอ. มีนโยบายที่จะแบ่งเขตการพัฒนาโดยต. เมืองแหงเป็นที่อยู่อาศัยและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี โบราณสถาน ต. แสนไหเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมและการเกษตร ต. เปียงหลวงเป็นพื้นที่ ธุรกิจการค้าขายชายแดน
พระบรมธาตุแสนไห ตั้งอยู่ที่ ต. เมืองแหง จากบ้านเมืองงายเข้ามา 45 กิโลเมตร เชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแต่มาได้รับการบูรณะในพ.ศ. 2457 เป็นศิลปะผสมระหว่างพม่าและล้านนาไทย ซึ่งสร้างทับพระธาตุเดิมที่มีขนาดเล็ก โดยของใหม่มีสัณฐาน 8 เหลี่ยม สันนิษฐานว่าที่นี่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อครั้งยกทัพไปยังเมืองอังวะของพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2147 หลังจากประชุมพลที่เมืองงาน จึงเสด็จไปทางเมืองห้างหลวง ซึ่งน่าจะเป็นเมืองแหงปัจจุบันเพราะมีคูเมืองล้อมยาวกว่า 2 กิโลเมตร และเป็นเมืองเดียวที่อยู่ระหว่างเมืองงายกับเมืองอังวะของพม่า เชื่อว่าพระองค์น่าจะเสด็จมาพักทัพที่พระบรมธาตุแห่งนี้และสร้างบ่อน้ำใช้ส่วนพระองค์และช้างศึกตรงบริเวณด้านหน้าเขาที่ประดิษฐานพระบรมธาตุชาวบ้านเรียกว่าบ่อน้ำช้าง ประเพณีที่สำคัญของวัดนี้ คือ งานสรงน้ำพระบรมธาตุในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี
บ้านเปียงหลวง อยู่ติดชายแดนไทย-พม่า มีด่าน ช่องหลักแต่ง เป็นด่านชั่วคราวที่เปิดการค้าขายชายแดนในระดับท้องถิ่นในยามเหตุการณ์สงบด่านจะเปิดให้ชาวบ้านในละแวกข้ามมาค้าขายกันได้ ชาวบ้านใน ต. นี้เป็นจีนฮ่อ และไทยใหญ่ โดยชาวจีนฮ่อนั้นอพยพเข้ามาในสมัยเจียงไคเช็คเป็นประธานประเทศ แต่ก็ยังมิได้ละทิ้งวัฒนธรรมเดิม
การเดินทาง ใช้ทางหลวง 207 และแยกซ้ายเข้าทางหลวง 1322 ระยะทาง 72 กิโลเมตร แต่หากมาโดยรถประจำทางขึ้นรถที่สถานีขนส่งช้างเผือก สายดาวทอง (เวียงแหง-เปียงหลวง) เป็นรถสองแถวสีขาว 6 ล้อ มีบริการ 2 เที่ยว ช่วงเช้าประมาณ 07.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง ค่ารถประมาณ 70 บาท